วันที่ 46 ...

ตื่นเพราะเพื่อนโทรมาปลุก ...
มันอยากไปทะเล ... เออ แล้วแต่แกแล้วกัน จะเอาไงก็บอก
โทรมาตอนหลับ ไม่รู้เรื่องหรอกนะเพื่อน 555

ลืมตาจะไม่ขึ้น ... ผลของการหลับไปทั้งน้ำตา ...
จะร้องไห้อะไรนักหนาฟ๊ะ ... เหมือนคนอ่อนแอ อารมณ์อ่อนไหวตลอดเวลา
เมื่อไหร่จะอยู่ได้เป็นปกติสุขซะที

ออกจากบ้านไปทั้ง ๆ ที่ตาบวมตุ่ย ... ดีนะที่โรสคิดว่านอนไม่พอ
พี่เมย์ก็ถามว่านอนกี่โมง ... เออ นอนเช้่า ... ก็คนมันนอนไม่หลับนี่หว่า
และก็หลับไปเพราะน้ำตา ... กำ =="

โทรไปหาพี่จุ๋ม เพราะไม่ได้โทรไปนานแล้ว
เห็นพี่เค้าโทรมาคราวก่อน แต่ไม่ได้คุย ... เดี๋ยวจะหาว่าหาย
จริง ๆ ก็อยากหายนะ ... เฮ้อ ...

เจอหน้าโรสปุ๊บ โรสก็กอด ... กลับมากอดอีกแล้วหรอโรส
ไม่ต้องกอดก็ได้ ... กลัวนะ ยังกลัวอยู่ เหอะ ๆๆ
จากนั้นก็เดินตามโรสไปเพราะไม่ีรู้ว่าโรสจะไปไหน
สุดท้ายไปจบที่ A&W ... ตอนแรกว่าจะไม่เข้าไปด้วย
แต่แล้วก็ไปกับเค้าเฉยเลย ... ไปนั่งเฝ้าโต๊ะให้ ... ได้คับพี่น้อง

ได้เวลาก็ลงไปรอข้างเวที เราก็เลยไปหาต่ายกับเอี๋ยน ...
แฟนคลับคนอื่นเค้าไปไหนกันหมดหนอ ... แต่ก็ดีที่มีคนมารุมโรสเยอะอยู่นะ
ถ่ายรูป ขอลายเซ็น ... ตอนร้องเพลงบนเวทีก็มีคนเรียกตลอดเวลา
โดยเฉพาะจากชั้น 3 (ชั้น 3 จริง ๆ นะ) เรียกให้หันไปถ่ายรูป ... กล้องเค้าต้องซูมได้สุดยอด ...
ลงมาก็ยังมีคนรุม ... จนหมอโอ๊คหายไปแล้ว โรสก็ัยังคงโดนรุมอยู่ ... ดังแล้วนะเนี่ย อิอิ

จะกลับ ... เราก็หันไปถามว่า จะให้ไปส่งที่รถมั้ย ... เราก็นึกว่าจะบอกว่าไม่เป็นไร ...
หันมาบอกหน้าเป็นว่า ไปดิ ... เออ ไปคับพี่คับ ไปส่งถึงรถเลยคับพี่

แยกจากโรสมาแล้วก็ไปหาไรกินกับต่ายต่อ ... ปล่อยเอี๋ยนไปตั้งแต่ก่อนโรสจะกลับ
แล้วก็ไปเดินดูโน้นนี่ต่อ ... กว่าจะได้กลับบ้านก็ปาเข้าไปทุ่มกว่า ... โรสกลับไปตั้งแต่ยังไม่ 6 โมงเลยเหอะ

คืนนี้จะหลับดี ๆ ได้ซักคืนมั้ยเนี่ย ... หวังว่าคืนนี้คงจะหลับได้ดี ๆ ซักคืนนะ
ลืมเค้าซะบ้างเถอะ ... เค้าก็อยู่ของเค้าดีแล้ว ...

     Share

<< วันที่ 44 , 45 ...วันที่ 47 , 48 ... >>

Posted on Mon 13 Jul 2009 2:26

 

 
  
 




พี่จ๊ะพี่จ๋า
พี่ส้ม
พี่นก น้องนิ๊งหน่อง
พี่แอน
พี่ต้า


วันที่ ... ฉันเหงา ...
วันที่ ... แสนเหนื่อย ...
วันที่ ... มีเพื่อน
วันที่ ... ภาพย้อนกลับ
วันที่ ... สำนึกผิด
วันที่ ... ได้ออกร่อน
วันที่ ... เท่าไหร่ก็ช่างมันเถอะ
วันที่ 92 - 100 ...
วันที่ 80 - 91 ...
วันที่ 73 - 79 ...
วันที่ 68 - 72 ...
วันที่ 64 - 67 ...
วันที่ 59 - 63 ...
วันที่ 56 - 58 ...
วันที่ 52 - 55 ...
วันที่ 51 ...
วันที่ 50 ...
วันที่ 49 ...
วันที่ 47 , 48 ...
วันที่ 46 ...
วันที่ 44 , 45 ...
วันที่ 43 ...
วันที่ 40 , 41 , 42 ...
วันที่ 38 , 39 ...
วันที่ 37 ...
วันที่ 36 ...
วันที่ 35 ...
วันที่ 34 ...
วันที่ 33 ...
วันที่ 32 ...
วันที่ 30 , 31 ...
วันที่ 29 ...
วันที่ 28 ...
วันที่ 27 ...
วันที่ 26 ...
วันที่ 25 ...
วันที่ 22 , 23 , 24 ...
วันที่ 20 , 21 ...
วันที่ 19 ...



Comments

คุณชู 2 นิ้ว ผมถามนิดนะครับ คุณเคยลองคิดบ้างไหมครับ คนที่ถูกทอดทิ้งอีกฝ่ายก็เจ็บช้ำทรมานมากกว่า ลายลักษณ์อักษรที่ พิมพ์ เติมแต่งมาอีก

ผมเองก็อยู่ในข่าย บุคคลนั้นๆ ผมรอคนรักทุกวันคุยคนเดียวเหมือนคุยกับเขาทุกวัน Diary นี้ ผมอ่านแล้วเสียดใจมาก เหมือนผมเป็นชาย ที่เธอกำลังทอดทิ้ง แต่คุณเสริมๆ คุณ รู้ไหมผมมาตามหาคนรักผมทุกๆวินาทีที่หายใจ
และตอนนี้ ลมหายใจผมกำลังจะไม่มี
เพื่อคนรัก ผมยอมทำทุกอย่างเพื่อเธอ
ถึงขาดตกบกพรอง ลงไปบ้าง ผมจะค่อยๆได้เรียนรู้สั้กวัน มันคงจะมีค่าและคืนวันสองเราเช่นเคย

ผมมีแผลเลือดกำลังออกเยอะ อีกแปปก็หมด อาจงง ผมมาพิมพ์ได้ไง ผมมาเอาเอกสารฝากคนใว้ใจส่งไปให้ คนที่ผมรักมากๆ แค่อยากให้เธอเข้าใจผมใหม่ได้ไหม มันเสียใจหากกำลังจะตายแล้วเวลานี้ ผมยังบอกคำว่ารักให้เธอฟังไม่ได้ เธอหายไปไหน ผมอยากพูดว่า ผมรักเธอมาก ชาติหน้าผมขอดูแลเธออีกได้ไหม เติ้ล รัก อุ๋ม 18.31 pm 12/08/2009
เรื่องของความรัก

: : ความรักเริ่มจากความคิด เพราะความคิดเป็นจุดเริ่มต้นของความรักบางทีความรักก็ทำให้เราเปลี่ยนแปลงความคิดอย่างที่เคยเป็นต้องปรับปรุงในสิ่งที่เราเคยทำ เพียงเพื่อให้เข้ากับใครอีกคน

: : ความรักทำให้เกิดความเคารพ ศรัทธา
คุณไม่สามารถรักใครได้หรอกถ้าคุณไม่รู้สึกเชื่อมั่นเป็นอันดับแรก และคนแรกที่คุณต้องศรัทธาเชื่อมั่น นั่นก็คือตัวคุณเอง

: : ความรักคือการให้
ถ้าคุณต้องการที่จะได้ความรักสิ่งที่คุณต้องทำก็คือ รู้จักให้ด้วยยิ่งให้คุณก็จะยิ่งได้รับ สูตรลับของความสุข และทำให้มิตรภาพยืนยาวที่คุณควรจะจำเอาไว้เสมอก็คือ อย่าถามว่าคนอื่นให้อะไรคุณบ้าง แต่ให้ถามว่าคุณทำอะไรให้คนอื่นบ้างจะดีกว่า

: : ในความรักมีมิตรภาพซ่อนอยู่
อยากได้รักแท้ก็ต้องหาเพื่อนแท้ให้ได้ซะก่อนการจะรักกันได้ไม่ใช่แค่มองตา แต่อยู่ที่ว่าต่างคนต่างมีอะไรที่ตรงกันรึเปล่าหากจะรักใครอย่างจริงใจคุณควรจะรักในสิ่งที่เขาเป็น ไม่ใช่แค่ภาพที่คุณเห็นมิตรภาพก็เหมือนกับปุ๋ยที่ช่วยทำให้ความรักเบ่งบานเติบโตทุกๆ วันนั่นเอง

: : การสัมผัสกันจะช่วยสานต่อความรักให้ดีขึ้น
เคยรู้สึกดีใช่มั้ยเวลาที่มีใครมาโอบใหล่หรือกอดคุณการสัมผัสกันจึงเป็นการแสดงออกอย่างหนึ่งที่มีพลังช่วยทลายกำแพงแห่งความชิงชังไม่เข้าใจได้อีกด้วยน่าแปลกที่มันสามารถเปลี่ยนแปลงอารมณ์และท่าทีที่แข็งกร้าวให้เบาลงอย่างได้ผล

: : อยากรักต้องรู้จักปลดปล่อย
ถ้าคุณรักใครจงปล่อยให้เขาเป็นอิสระบ้างคุณเองก็รู้สึกอึดอัดใช่มั้ย ถ้าหากมีใครมาล่ามโซ่คุณ จงเรียนรู้ที่จะให้อภัยและลืมอดีตที่ไม่ดีมาก่อน ปลดปล่อยความกลัวภายในใจให้ความยุติธรรม ลดทิฐิ และเงื่อนไขต่างๆซะบ้าง บอกตัวเองว่า แต่นี้ไปเราจะทิ้งความกลัวทั้งหมดและอดีตจะไม่มีผลอะไรต่อตัวเราอีก นับจากวันนี้ไปเราจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ซะที

: : ชีวิตจะเปลี่ยนไป เมื่อเราเรียนรู้ที่จะเปิดใจให้กว้าง และซื่อสัตย์ต่อกัน
คุยกับคนที่คุณรัก อย่ากลัวที่จะพูดคำวิเศษ 3 คำว่า ^ิฉันรักเธอ^ิ อย่าปล่อยให้โอกาสผ่านไป คุณควรจะบอกรักก่อนจะจากกันทุกครั้งเสมอ เพราะบางทีคุณอาจจะได้เจอกันครั้งสุดท้ายก็ได้ใครจะไปรู้

: : แก่นแท้ของความรัก คือการไว้ใจกัน
ถ้าคุณไม่เชื่อใจกัน ใครคนนึงก็จะเป็นคนระแวง กังวลและหวาดหวั่น ส่วนอีกคนก็จะรู้สึกอึดอัดใจคุณไม่อาจรักใครจริงๆ ได้ถ้าคุณไม่ไว้ใจเขาอย่างแท้จริง
สุดท้ายคือการเข้าใจ



คำว่า "รัก" ในมุมของเด็ก
from เปาโล and thanks for Earnny

บทสัมภาษณ์..ที่ได้จากเด็กอายุ 4 - 8 ปี
ซึ่งคำถามที่ถาม..ก็คือ..
คำว่า.."รัก" ..หมายความว่าอย่างไร?
คำตอบที่ได้รับจากเด็กๆนั้น.. มันลึกซึ้งกว่าที่คุณนึกไม่ถึง.. ลองอ่านดูนะ



"When my grandmother got arthritis, she couldn't bend over and paint her toenails anymore. So my grandfather does it for her all the time, even when his hands got arthritis too.That's love." [Rebecca - age 8]
"ตอนที่คุณยายเป็นโรคข้ออักเสบ ..คุณยายก้มลงไปทาเล็บเท้าไม่ได้อีกต่อไป
ดังนั้น..คุณตาจึงทำให้คุณยายแทน..แม้ว่าแขนของคุณตา..จะเป็นโรคข้ออักเสบเช่นกัน.. นั่นก็เพราะว่า "ความรัก" ไง" (รีเบคก้า - 8 ขวบ)

"When someone loves you, the way they say your name is different. You know that your name is safe in their mouth." [Billy - age 4]
"เมื่อมีใครสักคนรักเธอ ..วิธีการเอ่ยชื่อของเธอ..มันจะต่างออกไป เธอจะรู้สึกว่า..ชื่อของเธอปลอดภัย..เมื่อยามขับขานออกมาจากปากของเขา" (บิลลี่ - 4 ขวบ)
"Love is when a girl puts on perfume.. and a boy puts on shaving cologne and they go out and smell each other." [Karl - age 5]
"รัก..ก็คือ เมื่อยามที่ผู้หญิงฉีดน้ำหอม..และผู้ชายใช้โคโลนจ์..พวกเขาก็ออกไปข้างนอกด้วยกัน ..ต่างฝ่ายต่างดมกลิ่นของกันและกัน"
[คาร์ล - 5 ขวบ]


"Love is when you go out to eat ..and give somebody most of your French fries.. without making them give you any of theirs." [Chrissy - age 6]
"รัก..คือ เมื่อยามที่เธอออกไปทานอาหารกับใครบางคน..และแบ่งเฟรนส์ฟรายให้กับเขาเสียเยอะเลย ..แล้วก็ไม่ยอมให้เขาแบ่งส่วนของเขาให้เธอด้วย" (คริสซี่ 6 ขวบ)


"Love is what makes you smile when you're tired." [Terri - age 4]
"รัก..คือ สิ่งที่ทำให้เรายิ้ม.. เมื่อยามเราเหนื่อย" (เทอรี่ - 4 ขวบ)


Love is when my Mommy makes coffee for my daddy ..and she takes a sip before giving it to him, to make sure the taste is OK." [Danny - age 7]
"รัก ..คือ เมื่อยามที่คุณแม่ชงกาแฟให้คุณพ่อ...และคุณแม่ก็จิบมัน..ก่อนที่จะให้คุณพ่อ..เพื่อให้แน่ใจว่า..รสชาติของมันใช้ได้แล้ว"
[แดนนี่ - 7 ขวบ]


"If you want to learn to love better, you should start with a friend whom you hate." [Nikka - age 6]
"ถ้าเธออยากเรียนรู้การรักให้ดี..เธอควรที่จะเริ่มจากการรักเพื่อน-ที่เธอเกลียด..เสียก่อน" [นิกกี้ - 6 ขวบ]


"Love is when you tell a guy you like his shirt, then he wears it everyday." [Noelle - age 7]
"รัก คือ..เมื่อยามที่เธอบอกผู้ชายว่า..เธอชอบเสื้อของเขา ..จากนั้นเขาก็ใส่มันมาทุกวันเลย" (โนเอล - 7 ขวบ)


"Love is like a little old woman ..and a little old man who are still friends .even after they know each other so well." [Tommy - age 6]
"รัก คือ..เมื่อผู้หญิงแก่ ตัวเล็กๆ..กับผู้ชายแก่ ตัวเล็กๆ..ซึ่งยังคงเป็นเพื่อนกัน..แม้ว่า..พวกเขาจะรู้จักกันเป็นอย่างดี" (ทอมมี่ - 6 ขวบ)

"Love is when Mommy sees daddy smelly ..and sweaty and still says he is handsomer than Robert Redford." [Chris - age 8]
"รัก คือ..เมื่อยามที่คุณแม่คิดว่า..คุณพ่อตัวเหม็นและเหงื่อซก..แต่ก็ยังคงบอกออกไปว่า..คุณพ่อหล่อกว่า โรเบิร์ต เรดฟอร์ด อีก" (คริส - 8 ขวบ)

"Love is when your puppy licks your face ...even after you left him alone all day." [Mary Ann - age 4]
"รัก คือ..เมื่อยามที่ลูกหมาของเธอมาเลียหน้าเธอ ..แม้ว่า..เธอจะทิ้งมันให้อยู่ตามลำพังทั้งวัน" (แมรี่ แอน - 4 ขวบ)



"I know my older sister loves me ..because she gives me all her old clothes... and has to go out and buy new ones." [Lauren - age 4]
"ฉันรู้ว่า..พี่สาวรักฉัน.. เพราะว่า..เธอให้เสื้อผ้าของเธอทั้งหมดให้ฉัน..ส่วนตัวของเธอ..ต้องออกไปข้างนอก..เพื่อจะซื้อตัวใหม่" (ลอเรน - 4 ขวบ)


"When you love somebody, your eyelashes go up and down ..and little stars
come out of you." [Karen - age 7]
"เมื่อเธอรักใครสักคน ..ขนตาของเธอจะดีดขึ้นลง..และดวงดาวก็จะลอยออกมา..จากดวงตาของเธอ" (คาเรน - 7 ขวบ)

"You really shouldn't say 'I love you' ..unless you mean it. But if you mean it, you should say it a lot. People forget." [Jessica - age 8]
"เธอไม่ควรเอ่ยคำว่า "ฉันรักเธอ" ... เว้นเสียแต่..เธอตั้งใจที่จะเอ่ยมัน.. แต่ถ้าเธอตั้งใจที่จะเอ่ยมัน.. เธอก็ควรจะเอ่ยบ่อยๆ ..เพราะคนลืมง่าย" (เจสสิก้า - 8 ขวบ)





เมื่อเรารักกัน...ไม่ต้องคิดว่าจะโง่หรือจะฉลาด
ไม่ต้องคิดว่าถ้าเชื่อเค้าแล้วเราจะโง่ในสายตาใครๆ
ไม่ต้องคิดว่าถ้าเปิดหูตารับฟังปากชาวบ้านเป็นการฉลา ด
ไม่ต้องคิดว่าถ้าเชื่อว่าเค้ารักเราคนเดียวเป็นเรื่องโง่
ไม่ต้องคิดว่าถ้ารู้ว่าเค้าทำอะไรเพื่ออะไรเป็นเรื่องฉลาด
ไม่ต้องคิดว่าถ้าให้โอกาสเค้าเรื่อยๆ เป็นเรื่องโง่
ไม่ต้องคิดว่าถ้าตั้งกฎเกณฑ์แล้วจะฉลาด

เมื่อคนเรารักกัน...เราไม่ได้เล่นเกม
ไม่ใช่เล่นหมากรุกที่ต้องมองเชิงกันก่อน
ไม่ใช่เล่นวิ่งไล่จับ..คนหนึ่งหนีคนหนึ่งวิ่งตาม
ไม่ใช่เล่นซ่อนหา..ต้องตามจิกตามหาตลอดเวลา
ไม่ใช่เล่นโยนเหรียญ..สุ่มเอาว่าจะหัวหรือก้อย

เมื่อเรารักกัน...เราไม่ได้ทดลอง action = reaction
เวลาเราให้เค้าไปไม่จำเป็นว่าต้องได้รับกลับ
เวลาเค้าโมโหใส่ไม่จำเป็นต้องโมโหกลับ
เวลาเค้าทำไม่ดีกับเราไม่จำเป็นต้องทำบ้าง
เวลาเค้าไม่ทำดีให้ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ควรทำให้เค้า

เมื่อเรารักกัน...เราไม่ได้ทดสอบทฤษฎี Demand & Supply
ไม่เสมอไปที่ต้องการความรักมากๆแล้วเค้าจะมีให้เราน้อย
ไม่เสมอไปที่ให้ความรักเค้ามากๆแล้วราคาความรักจะต่ำ
ไม่เสมอไปที่จะมีจุดที่ความต้องการเท่ากับความรักที่ ให้

เมื่อเรารักกัน....ไม่จำเป็นต้องหาเหตุผลให้กับเหตุการณ์ทุกอย่าง
ไม่จำเป็นต้องกลัวในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น
ไม่จำเป็นที่ต้องบอกเค้าว่า....
" เค้าคงไม่เห็นคุณค่าของสิ่งของที่เค้ามีถ้า เค้ายังไม่เสียมันไป...."

รักกันไม่จำเป็นต้องขู่กันเรื่องความสำคัญ
รู้อยู่ในใจก็พอ...ว่าเรารักกัน
จำไว้ให้แน่นใจ...กับเรื่องดีๆที่เค้าพูด
จำไว้ให้อบอุ่นใจ...กับสิ่งดีๆ ที่เค้าทำให้เรา
ค้นมันออกมาเวลาเหงาใจ ค้นมันออกมาเวลาไม่มั่นใจ
ค้นมันออกมาเวลาเสียใจ เพราะว่าเวลาใจเราอ่อนแอ สิ่งดีๆ ของเราสองคนมักจะหายไป
อย่าปล่อยให้มันหายไป....เพราะคนที่เค้าเคยทำให้เราอาจจะเสียใจที่เราหลงลืมเรื่องดีๆเหล่านั้นแล้ว










































จำไว้ให้แน่นใจ...กับเรื่องดีๆ ที่เค้าพูด
จำไว้ให้อบอุ่นใจ...กับสิ่งดี ดีที่เค้าทำให้เรา
ค้นมันออกมา...เวลาเหงาใจ ค้นมันออกมา...เวลาไม่มั่นใจ
ค้นมันออกมา...เวลาเสียใจ
เพราะว่า...เวลาใจเราอ่อนแอ สิ่งดี ดี...ของเรา 2 มักจะ...หายไป......อย่า !!! ปล่อย...ให้มันหายไป....เราอาจจะเสียใจ... ที่เราหลงลืมเรื่องดี ดี...เหล่านั้น



















ผิดมั๊ยกับความรู้สึก
--------------------------------------------------------------------------------
มันผิดมั๊ยกับการที่เราจะรู้สึกดีกับใครสักคน
is it wrong ? with with regard to us feels good with someone

มันผิดมั๊ยกับการที่ใครคนนั้นจะไม่ได้รู้สึกตอบ
it is if , with with regard to ? will that person no feel to answer

มันผิดมั๊ยกับการที่เรารักใครคนนั้นมากมาย
it is if with with regard to who are we love ? a lot of that person

มันผิดมั๊ยที่ใครคนนั้นจะได้รู้สึกตอบ
it is if , with with regard to ? will that person no feel to answer

มันผิดมั๊ยกับการที่เรารู้สึกหวั่นไหวเมื่ออยู่ใกล้เขา
it is if , with with regard to we feel to are shaken when , stay near he

มันผิดมั๊ยกับการที่ใครคนนั้นจะไม่ได้รู้สึกตอบ
it is if , with with regard to ? will that person no feel to answer

ทุกสิ่งทุกอย่างคงจะไม่มีใครผิด
everything will might nobody wrong
หากเพียงแต่
if , only

ใครจะ "เจ็บปวด"ที่สุดต่างหาก
will feel pain most separately





















+ "ความใส่ใจ" ไม่ใช่ "ความเอาใจ" +
เคยมีใครสักคนถามเราสักครั้งบ้างไหมว่า....

"ความรักคืออะไร?"

แล้วเราจำได้ไหมว่า ที่ผ่านๆ มานั้น เรารู้สึกกับ คำๆ นี้อย่างไร? เรามาลองทบทวนเรื่องราวและมุมมองของความรักที่ผ่านมากับแง่คิดดีดีเหล่านี้กันดีกว่า

คำที่ใช้แทนคำว่า "ความรัก" "ใส่ใจ" หากเราคิดที่จะบอกรัก หรือรู้สึกว่าตัวเองเริ่มที่จะ รักใครซักคน ลองถามตัวเองดูก่อนสิว่า เราใส่ใจเค้ามากน้อยแค่ไหน? "ความใส่ใจ" ไม่ใช่ "ความเอาใจ"

หากคนรัก ของเราเค้าจำได้ขึ้นใจว่า เราเคยพูดว่า...เราอยากได้อะไรไว้ แล้วเค้าพยายามหาซื้อของชิ้นนั้น..... เพื่อให้แก่เรา และก็ไม่ใช่สักแต่ว่า....ซื้อ...ซื้อ....ซื้อ.....ของเยอะแยะมากมาย เพียงเพื่อจะเอาใจ นั่นแหละถึงจะเรียกว่า "ความใส่ใจ" "ความใส่ใจ" ไม่ใช่ "ความหึงหวง"

หากคนรักของเรา เค้าโทรหาเราทุกคืน เพียงเพื่อถามว่าเรากลับถึงบ้านหรือยัง นั่นเป็นเพราะว่าเค้าเป็นห่วงเรา ไม่ต้องการให้เราได้รับอันตรายใดใดในยามดึก ไม่ใช่กลัวว่าเราจะไปกับคนอื่น นั่นแหละเค้าเรียกว่า....

"ความใส่ใจ" "ความใส่ใจ" ไม่ใช่ "ความมีน้ำใจ" อย่างเดียว หากแต่มี "ความถนอมน้ำใจ" รวมอยู่ในนั้นด้วย

หากคนรักของเราเค้าทำอะไรเพื่อเราซักอย่างด้วยความตั้งใจ แต่เรากลับไม่ชอบมัน เราควรฉุกคิดไตร่ตรอง ให้ดีก่อนที่จะพูดอะไรออกไป ควรใส่ใจในความรู้สึกของเค้าด้วย หากเราทะเลาะกับคนรัก แต่แล้วในวันรุ่งขึ้น คนรัก ของเราเค้ายังคงโทรมาแสดงความเป็นห่วงในเรื่องต่างๆ เหมือนทุกๆ วัน เช่นเคยเป็น ทั้งๆ ที่ยังไม่หายโกรธ นั่นแหละ เราถึงจะเรียกว่า "ความใส่ใจ"
หากคนรักของเรา เค้ายอมสละเวลาที่เค้าจะต้องทำบางสิ่งเอาไว้ทีหลัง เพียงเพื่อช่วยทำในสิ่งที่เราขอ นั่นแหละเรียกว่า " ความใส่ใจ" คนเราในบางครั้งก็ต้องการมีใครซักคนคอยใส่ใจเราบ้าง หากเราต้องเดินทางไกลไกล มันจะรู้สึกดีเอามากๆ ถ้าหากคนรักของเราโทรมาถามเราว่า "ถึงหรือยัง" "ปลอดภัยดีไหม" "เหนื่อยไหม" "การเดินทาง เป็นอย่างไรบ้าง" นั่นแหล่ะคือ "ความใส่ใจ"

หากเราต้องปฏิบัติภาระกิจสำคัญไม่ว่าจะเป็นเรื่องการงาน ,หน้าที่ หรือเรื่องการเรียน มันจะรู้สึกดีเอามากๆ ถ้าคนรักของเราจำสิ่งเหล่านั้นได้ และโทรมาบอกกับเราว่า...

"ขอให้โชคดีนะ" "(ผม) , (ฉัน) จะเป็นกำลังใจที่ดีให้" นั่นแหล่ะคือ "ความใส่ใจ"

หากเราต้องขับรถคนเดียว โดยเฉพาะการที่ต้องขับรถทางไกล มันจะรู้สึกดีเอามากๆ สักแค่ไหน ถ้าหากคนรัก ของเราโทรมาบอกกับเราว่า "ขับรถให้ดีๆ นะ....(ผม) , (ฉัน) เป็นห่วง" และหากถ้าเราป่วยเป็นไข้ ไม่สบาย มันจะยิ่งช่วย ทำให้รู้สึกดีขึ้นเอามากๆ ทีเดียว ถ้าหากว่าคนรักของเราโทรมาเตือนให้เราคอยกินยา และพักผ่อนให้มากๆ ก็ด้วย เพราะ ."ความใส่ใจ"

"ความใส่ใจ" กับ "ความเกรงใจ"

คล้ายกันในหลายๆ ด้าน เราอาจจะคิดเหมือนๆ กันว่า ยิ่งคบยิ่งสนิทสนมกัน มากเท่าไหร่ ก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจกันให้มากเหมือนคนที่เพิ่งเริ่มรู้จักกัน แต่มันกลับไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น เพราะยิ่ง ถ้าสนิทกันมากเท่าไหร่ คนทั้งสองคนควรที่จะต้องยิ่งเกรงใจซึ่งกันและกันมากขึ้นเท่านั้น "ความเกรงใจ" เป็นสิ่งที่ดี และเป็นบ่อเกิดของความสัมพันธ์อันยั่งยืน มันไม่ยากเลยที่เราจะแสดง "ความใส่ใจ" ต่อใครสักคนที่เรารัก เพียงแต่วันนี้ .... เราลองสำรวจตัวเองดูสิว่า เราใส่ใจคนรักของเราแล้วหรือยัง?????






***ความแตกต่างระหว่างคนสองคน***

เธอชอบสีขาว---เขาชอบสีดำ

เธอชอบตุ๊กตาหมี---เขาชอบรถถัง

เธอชอบนั่งดูตะวันขึ้นที่ชายทะเลในตอนเช้า---
เขาชอบบรรยากาศของแสงไฟในเมืองตอนกลางคืน

เธอชอบจักรยาน
เพราะความช้าของมันทำให้เธอมีเวลาดูอะไรหลายๆอย่างที่ผ่านไป
เขาชอบความเร็วของมอเตอร์ไซค์
เพราะมันทำให้เขาไปถึงที่หมายทันเวลา

เธอนอนสี่ทุ่มตื่นตีสี่เพื่อใส่บาตร
เขานอนตีสี่ตื่นสี่โมงเย็น
เพราะกลับดึก




เธอได้ท๊อบเกือบทุกวิชา---เขาได้0เกือบทุกวิชา

เธอถูกชมและรับรางวัลเด็กนักเรียนดีเด่นเป็นประจำ---
เขาถูกด่าและมีชื่ออยู่ในบัญชีดำของโรงเรียน

เธอยิ้มง่ายรักเด็กๆและกล้าแสดงออก---เขาหงุดหงิด
เกลียดเด็กๆ
และขี้อาย

เธอไม่ชอบกีฬากลางแจ้ง---เขาชอบเล่นบาสกับฟุตบอล

เธอขี้แย---เขาเข้มแข็ง
เธอกลัวฟ้าร้อง---เขาชอบฝนตก
>>>
เธอเกลียดความเหงาและไม่ชอบอยู่คนเดียว---เขาเบื่อสังคม
และชอบเก็บตัวในห้อง


เธอร้องไห้ในเรื่องที่เราไม่คิดว่ามันน่าเศร้า---
เขากลั้นน้ำตาในเรื่องที่อยากฆ่าตัวตาย

เธอมองหน้าเขาแล้วเห็นผู้ชายที่แสนดีคนหนึ่ง---
เขามองหน้าเธอแล้วเห็นนางฟ้าที่ดีที่สุดในชีวิตเขา

เธอจับมือเขาไว้ในวันที่เขาท้อแท้---
เขานั่งลงข้างๆเธอในวันที่เธอว้าเหว่

เธอเบื่อคำชื่นชมจอมปลอมและต้องการได้ยินเสียงเขา แม้จะเป็นการด่าก็ตาม
-เขาอยากได้ยินคำชื่นชมจอมปลอมขอแค่มันมาจากปากเธอ

เธอจมปลักอยู่ในความทุกข์ในวันที่เขาหายไป---
เขาจมดิ่งลงในความสุข
ในวันที่เธออยู่ข้างๆ

>>>วันใดก็ตามที่เขาท้อแท้
หรือยอมแพ้เธอจะโทรไปหาเขาพูดแต่คำว่า
ฉันรักเธอนะ---วันใดก็ตามที่เธอผิดหวังหรือเหงา
เขาจะโทรไปหาเธอ

และจะเงียบอยู่อย่างนั้นจนกว่าเธอจะหยุดร้องไห้

วันใดก็ตามที่เขาได้รับชัยชนะเธอจะตรงเข้าไปหาแล้วกอดเขา---
วันใดก็ตามที่เธอได้รางวัลเขาจะตรงเข้าไปหายิ้มให้ชูนิ้วโป้ง
แล้วพูดคำว่ายินดีด้วย

วันเกิดเขาเธอหอมแก้มเขาฟอดหนึ่งแล้วพูดคำว่าฉันรักเธอ---
วันเกิดเธอ
>>>เขาโทรมาตอนเที่ยงคืนแล้วพูดคำว่าฉันก็รักเธอ

เธอจับมือเขา
เพื่อจะเตือนให้เขารู้ว่าเขาสำคัญสำหรับเธอมากแค่ไหน---
เขานั่งข้างๆเธอเพื่อให้เธอรู้ว่าเธอไม่ได้อยู่คนเดียว

เธอจะร้องไห้และขอร้องให้คนที่ทำร้ายเขาหยุดการกระทำ
เขาจะต่อยหน้า
ใครก็ตามที่ทำร้ายเธอ

เมื่อเขาโกรธเธอจะรอให้เขาหายโกรธแล้วโทรไปบอกว่าขอโทษนะ---
เมื่อเธอโกรธเขาจะดึงมือเธอไว้แล้วพูดคำว่าฉันขอโทษ

เธอโทรไปหาเขาทุกวันเพื่อพูดคำว่าฉันรักเธอ---
เขารอคอยโทรศัพท์เธอทั้งวันเพื่อรอฟังคำว่าฉันรักเธอ






















คนบางคน......

บอกกับตัวเองอย่างมีเกียรติและภาคภูมิใจว่า “เราได้ทำในสิ่งที่ถูกต้องที่สุดแล้ว”

เพียงแค่นี้ ความสุขบนเส้นขนานก็ดูจะไม่ร้างลาและเดียวดายอย่างแน่นอน

อาจดูเป็นเรื่องง่ายๆที่จะทำ แต่ไม่ง่ายนักกับการลงมือทำ แต่ก็ไม่ยากเกินไปที่จะทำ

ขอเพียงไม่ตามใจตัวเองอย่างเพลิดเพลิน ..คนบางคนก็รู้ว่าตัวเองทำได้

ในชีวิตของคนเรา เราอาจเคยเป็นทั้งผู้เลือกและผู้ถูกเลือก
จะช้าหรือเร็ว จะมากหรือน้อย สักวันเราก็ต้องเลือก

หากมีโอกาสได้เลือก จงเลือกให้รอบคอบและถูกต้องที่สุด

อาจไม่ดีที่สุดสำหรับทุกคน แต่อย่างน้อยเราก็ได้เลือกอย่างถูกต้องที่สุดแล้ว
































คนที่เรารัก.....คือคนที่ใช่สำหรับเรา

แต่บางครั้ง.....เรากลับรู้สึกว่าเขาไม่ใช่

คนที่เรารัก.....คือคนที่เราคิดว่าเรารู้จักเขาดี

แต่แท้จริงแล้ว....เรากลับไม่รู้จักเขาเลย

คนที่เรารัก......คือคนที่เราพร้อมจะเป็นผู้ให้

แต่สิ่งที่เราให้.....เขากลับไม่เคยมองเห็นสิ่งที่เราให้ไป

คนที่เรารัก........คือคนที่เราอยู่ด้วยเวลามีความสุข

แต่เวลาเราทุกข์.....เรากลับมองหาเขาไม่เจอ

คนที่เรารัก....คือคนที่เราใส่ใจทุกเวลา

แต่ที่แย่กว่าคือ.....ตลอดมาเขาไม่ได้ "รักเรา"

…………………………………………………………….

คนที่รักเรา.......คือคนที่เราเพียงมองผ่าน

แต่เขา.....กลับมองเราอย่างใส่ใจ

คนที่รักเรา.....คือคนที่เราไม่พยายามทำความรู้จัก

แต่เขา.....กลับพยายามทำความรู้จักเรา

คนที่รักเรา.....คือคนที่เราไม่เคยให้ความสำคัญมากมาย

แต่เขา.....กลับให้ในสิ่งที่ล้วนมีค่ามีความสำคัญกับเรา

คนที่รักเรา......คือคนที่เราไม่เคยเห็นหน้าเวลาสุข

แต่เวลาทุกข์......เขากลับเป็นเหมือนเงาคอยเฝ้าตาม

คนที่รักเรา.....คือคนที่เราไม่เคยนึกถึง

แต่มีสิ่งหนึ่ง.....บอกให้รู้ว่า......"เขารักเรา"






















ผู้ชายที่เกิดวันพุธ


อุปนิสัย…

เป็นคนที่ช่างคิดและมีความรอบรู้สูง มักเป็นนักวิชาการหรือนักคิดเป็นส่วนมาก มี
ความสามารถหลายๆ ด้าน และเป็นคนที่เอาใจใส่สนใจกับความก้าวหน้าของตนเองอย่าง
สูง จิตใจโอบอ้อมอารีและเป็นคนที่มีน้ำใจกว้างดุจมหาสมุทร เพื่อนฝูงชอบคบหา
เพราะเป็นคนช่างเกรงใจ และถนอมน้ำใจผู้คนเป็นอย่างมาก มักจะเก็บความรู้สึกพึง
พอ ใจ หรือไม่พอใจไว้ข้างในและเป็นคนที่ไม่ช่างพูดเพ้อเจ้อ โวยวาย มักจะเสีย เปรียบ
เพื่อนฝูงอยู่เนืองนิตย์ เพราะชอบอาสารับปากช่วยเหลือผู้คน หากวันข้างหน้าได้
เป็นใหญ่เป็นโตเป็นผู้แทนได้อย่างเหมาะสมมาก เพราะเห็นอกเห็นใจคนรอบข้างอย่าง ดีเยี่ยม
แต่เมื่อยามเก็บกดจะหมดที่อดกลั้นก็มักจะเจรจาพูดจาได้เฉียบขาด และเจ็บ
แสบเหมือนกัน วัยเด็กมีคนล้อมหน้าล้อมหลังหลงเสน่ห์มากมาย เพราะเป็นคนที่น่ารัก
และเรียบร้อยคนหนึ่ง มักจะเป็นผู้นำเพื่อนฝูงอยู่เสมอ ในวัยเด็กดวงตามี
เวทมนตร์ขลังอย่างมาก หากใครได้มองแล้วจะปลาบปลื้มนิยมชมชอบและพึงพอใจแทบทุกคน
การงาน…
ผู้ชายวันนี้มักชอบงานที่เกี่ยวกับการเพ้อฝันที่มองโลกในแง่สวยงามได้อย่างเลิศ
เลอ มักจะชอบงานที่สบาย ๆ แล้วทำงานอย่างอึดอัดจนน่ารำคาญ ในบางครั้งจนบาง ครั้ง
มีผู้เข้าใจผิดหาว่าเป็นคนอู้งาน หรือขี้เกียจได้นะครับ ไม่ชอบงานจุกจิก ที่
ต้องแก้ปัญหามากจนปวดสมอง ชอบการทำงานที่มั่นคงมากกว่าชอบดิ้นรนหรือเสี่ยง งานราชการทุกประเภทเหมาะสมมากเพราะไม่มีวันที่จะอดตายหากได้เข้าไปทำ
ถ้าเป็น การ
ค้าขายกิจการเกี่ยวกับ เอ็กซ์ปอร์ต อิมปอร์ตจะเหมาะมาก เป็นคนชอบออกสังคมที่
เจอะเจอผู้คน จึงเหมาะที่จะทำงานเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์ได้เช่นกัน ถ้าชอบ
สถาปัตย์หรืองานเกี่ยวกับศิลป์ก็จะโด่งดังสุดฟากฟ้าเลยทีเดียว

ความรัก…

ด้วยอุปนิสัยที่เป็นคนเจ้าชู้พ่อไก่แจ้ จึงมักเป็นคนที่มากมายหลายใจ และใช้
ความ รักได้อย่างสิ้นเปลืองที่สุด เป็นคนที่รักพี่เสียดายน้องเสมอ จึงมักจะรักมาก
และ สร้างความหวังให้กับผู้คนมากมาย วาจาคำพูดจะอ่อนหวานจนชวนไหลหลง ยิ่งกว่าลงสา
ริกาลิ้นทองเสียอีก ช่างติช่างเลือกจึงมักได้แร่ในบทสุดท้าย หากวันใดมีความ จริง ใจกับใครจริง ๆ
ต้องหมั่นระวังกรรมเก่า ที่หลอกลวงเขาจะตามมาสนองไว้ด้วยนะ รส
ชาติของความรักจะมีเทคโนโลยีสูงและเทคนิคนำสมัยเสมอ ชอบผู้หญิงที่แต่งตัวเด่น
ทันสมัยมักเน้นคุณสมบัติพิเศษ ที่เป็นเนื้อคู่ได้คือคนที่อ่อนหวาน



ลักษณะเนื้อคู่…

มักมองอย่างถ่องแท้และเลือกมากจนแน่ใจว่าดวงชะตามีนิสัยสมพงศ์อุดมการณ์ไปกัน ได้
จึงจะเริ่มจริงจังและตรึงใจ มักจะเป็นเพื่อนร่วมชั้นคนร่วมอุดมการณ์กับความฝัน
ที่ล่วงรู้จิตใจมาเนิ่นนานแล้วจึงเป็นเนื้อคู่จริง หรือคนร่วมงานหรือใกล้เคียง
กัน ในสถานที่ทำงานแรกพบไม่ถูกชะตากันก่อน แต่ต่อไปก็จะยิ่งรักกันมากขึ้น ผู้หญิงของหนุ่มวันนี้มักจะเย่อหยิ่งถือตัวจนอยากจะเอาชนะ จึงกล่าวได้ว่า
ลักษณะ
นิสัยของหญิงดวงคู่ของผู้ชายวันพุธมีความอ่อนหวานเชือดเฉือนอารมณ์ชายได้อย่าง
ราบคาบทีเดียว ที่สำคัญชอบคนรักครอบครัว



วันสมพงศ์ของดวงเนื้อคู่…
ต้องอ้อนวอนให้กามเทพเห็นใจ ฝากศรเสน่ห์ที่หัวใจหญิงคนรักเป็นดวงสมพงศ์ คู่
สมพงศ์คือผู้หญิงที่เกิดวันอาทิตย์ วันพุธ และวันจันทร์ จึงจะเป็นดวงคู่ที่ สมพงศ์กัน
อาจจะต้องเจอะเจอคู่เวร ที่สร้างกรรมร่วมกันมาจึงต้องกัดฟันอดทนอดกลั้นต่อ
ไปจากนั้นจะมีการเข้าใจและเกื้อกูลกันและกันสร้างความเจริญมาก





วันสมพงศ์ของบุตรบริวาร… ผู้ชายเกิดวันพุธ
หากมีบุตรจะหาบุตรชายได้ยากและมักจะได้บุตรหญิงหรือเมื่อมีบุตรชายแล้วก็ยังไม่
ได้ดังใจ สมความคาดหมายในเรื่องความสำเร็จของบุตร ดวงโฉลกถูกชะตากับบุตรหญิง
มากกว่า มีบุตรได้ควรไม่เกิน 2 คน นับว่าเป็นดวงส่งเสริมชะตามากและดวงบุตรถ้า
เกิด วันศุกร์ หรือวันเสาร์ จะนำโชคมหามงคลให้กับครอบครัวได้อย่างรุ่งเรือง

ช่วงชีวิตที่เหมาะสมกับดวงคู่…
ช่วงอายุที่กามเทพจะดลใจ ช่วงชีวิตที่มีคู่แต่งงานแล้วสุขสดชื่นสบายใจเป็นช่วง
ที่คุณจะมีอายุ 26 - 32 ปี ช่วงนี้มีดวงคนรักคนชอบให้เลือกอย่างน่าตื่นเต้นมาก
มาย และดวงของความรักก็อยากสร้างเนื้อสร้างตัวอย่างรวดเร็ว คุณเป็นคนที่ต้อง
การ กำลังใจสูง จึงมักจะต้องการใครสักคนที่รู้ใจเป็นเพื่อนเป็นเงาเป็นชีวิตใหม่ที่
ตามติดอยู่คู่คุณตลอดไป อยากให้ใช้ความเหมาะสม และความพร้อมเข้ามาเป็นปัจจัยใน
การตัดสินใจด้วย เพราะคุณเป็นคนชอบใช้อารมณ์ตัดสินชะตาทำให้ล้มเหลวบ่อย ๆ นะ


























เราเป็นคนหนึ่งที่เคยคิดอยากมีเพื่อนที่เข้าใจเราสักคนหนึ่ง
เพื่อนที่ไม่ได้หวังสิ่งของอะไรตอบแทน
เพื่อนที่เข้าใจในและยอบรับในความแตกต่างของเรา
ต่างฝ่ายต่างเข้าหากัน ทำความเข้าใจกัน
ไม่ทิ้งกันให้อีกฝ่ายต้องอยู่กับความโดดเดี่ยวทั้งๆที่ต่างฝ่ายต่างอยู่ใกล้กัน เจอหน้าพูดคุยกันทุกวัน ... การพบเพื่อนก็เหมือนกับการคบแฟนที่ต้องอาศัยความเข้าใจ
การให้อภัย หลายคนทิ้งเพื่อนอย่างไม่ใยดี
ยามเมื่อมีแฟน
แต่เมื่ออกหักก็กลับมาในสภาพนกบาดเจ็บที่บินกลับรังใช้รังเป็นที่พักฟื้น
เมื่อหายดีก็บินออกไปอีกโดยไม่เหลียวแลรังเก่าๆ
ที่เคยปกป้องตัวมันจากอันตราย
แต่รังๆนั้นก็ไม่เคยนึกเกลียดเจ้านกตัวนั้นเลย

... ทำไมคนที่เราสนิทชิดใกล้กับกลายเป็นคนที่เราเกรงใจเค้าน้อยสุด
... ทำไมบางคนมีเพื่อนอยู่มากมายแต่ก็ต้องกลับรู้สึกโดดเดี่ยว เหมือนไม่มีใครเลย
... ทำไมเพื่อนสนิท เมื่อมีสุข ก็สุขร่วมกัน แต่เมื่อยามทุกข์ กลับไม่ทุกข์ร่วมกัน
... ทำไมสิ่งที่เราคิดว่ามีค่าที่สุดสำหรับเรา กลับกลายเป็นสิ่งที่น่าหัวเราะสำหรับคนบางคน
... ทำไมเมื่อเวลาเรามีสุขเราคิดถึงเค้าคนนั้นเป็นอันดับหนึ่ง
แต่เมื่อเค้าคนนั้นมีสุขกลับคิดถึงเราเป็นอันดับสุดท้าย
... ทำไม... และทำไม..ไม่มีที่สิ้นสุด
หลายอย่างทำให้คนท้อใจ หลายอย่างที่ทำให้คนเสียใจ หลายอย่างทำให้คนๆหนึ่งเปลี่ยนไป
มันเป็นประสบการณ์ เป็นสิ่งสอนให้เราเป็นเรา
... แต่ก็มีบางคนที่รู้ว่าสิ่งๆนั้นทำให้เจ็บ ให้ปวด แต่ก็ยินยอมที่จะเจ็บต่อไป เพราะคำว่ารัก
++ รักที่ไม่มีรูปแบบ ไม่ว่าจะรักแบบเพื่อน หรือรักแบบคนรัก ++














ถึงตลอดเวลาจนถึงวันเวลาที่ เติ้ล กำลังพิมพ์ มี ผู้หญิงธรรมดาคนๆหนึ่ง เขาได้สอน ได้ให้ ความรัก ความสุข และความอบอุ่น สบายใจเธออาจคงยังไม่รู้ และคงยังไม่ เอะใจ เธอคนนี้ได้ให้ความรักที่เปี่ยมไปด้วยความ
มีความสุขมาก เติ้ล รู้สึกใจเสียหากเวลาไหน กลับมาแล้วไม่เจอคุณ
รู้ไหมผมมีความสุขมากเลย เวลาเห็นคุณนอนจะดึงมือผมแล้วเรียกให้เติ้ลเข้าไปใกล้ มีความสุขมากเลย
ผมรักอุ๋ม ขอโอกาศร่วมเดินข้างๆกันจะไม่มีวันเดินห่างคุณแม้แต่นิดเดียว รักหมดชีวิต ตอบแทนรักแสน อบอุ่นของเธอ
เติ้ล ปัจจุบัน อยู่เหมือนคนตาย
หากไม่ว่าอะไร อยากพูดจริงๆ เติ้ลคงอยู่แล้วคงแย่ หากอยู่ไปไร้ซึ้งคนที่เรารักสุด
LittleFiine   
Mon 13 Jul 2009 18:34 [1]
 




Post Comment

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 






bestview in 1024*768
The best template from http://www.oblog.cn